TH EN
บทความ

การลดวันทำงานในญี่ปุ่น

     สัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาสอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับข้อเสนอการลดวันทำงานในญี่ปุ่นค่ะ จากที่ปกติแล้วออฟฟิศโดยทั่วๆไปจะมีวันทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์และวันหยุดสุดสัปดาห์ช่วงเสาร์และอาทิตย์ ตอนนี้ประเทศญี่ปุ่นเองกำลังปรับเปลี่ยนเวลาทำงานจาก 5 วันเหลือแค่ 4 วันต่อสัปดาห์ค่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพทางสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปของญี่ปุ่นค่ะ ทั้งนี้มีสาเหตุหลักอยู่ 2 ประการที่นำมาสู่ข้อเสนอดังกล่าวค่ะ

  

     ​ประการแรกเลยคือ ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นมีคนมาทำงานประจำในออฟฟิศน้อยลงค่ะนอกจากปัญหาเรื่องการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอัตราการเกิดที่ลดลงจนส่งผลต่อปริมาณคนทำงานที่ลดลงแล้ว คนญี่ปุ่นเองก็มีการผันตัวไปเป็นผู้ประกอบการมากขึ้นค่ะ นั่นส่งผลให้คนทำงานในออฟฟิศลดลงไปด้วยค่ะ ฉะนั้นเพื่อเป็นการรักษากำลังแรงงานให้อยู่ในระบบปกติเอาไว้จึงต้องมีการลดวันทำงานเพื่อเป็นแรงจูงใจให้คนสนใจมาทำงานออฟฟิศโดยที่โครงสร้างค่าตอบแทนและสวัสดิการยังคงได้แบบสมัยที่วันทำงานมี 5 วันแบบสมัยก่อนค่ะ

 

 

 


 

    ​ประการที่ 2 เป็นเหตุผลในเชิงเศรษฐศาสตร์ค่ะ มีการสำรวจในญี่ปุ่นและได้ข้อสรุปว่า การเพิ่มชั่วโมงทำงานไปนั้นกลับได้ผลผลิตหน่วยสุดท้ายหรือ Marginal Productivity ที่ลดต่ำลงค่ะ เพื่อให้เห็นภาพชัดดิฉันจะขอยกตัวอย่างค่ะ สมมติว่าปกติแล้วเราทำงาน 10 ชั่วโมงเราสามารถสร้างผลผลิตได้ชั่วโมงละ 10 หน่วย ทำ 10 ชั่วโมงก็ได้ผลผลิต 100 หน่วย แต่เมื่อต้องการผลผลิตเพิ่มเราจึงทำการเพิ่มชั่วโมงทำงานเข้าไปค่ะ กรณีนี้หาก Marginal Productivity ของชั่วโมงที่ 11 ลดลงนั้น ผลผลิตที่ได้ก็อาจเป็น 9 หรือ 8 หน่วยค่ะ และหากเพิ่มเป็น 12 ชั่วโมง ผลผลิตในชั่วโมงที่ 12 ก็อาจลดลงมาเหลือแค่ 7 หรือ 6 หน่วยก็ได้ค่ะ ดังนั้นเท่ากับว่าในทางปฏิบัติแล้วการเพิ่มชั่วโมงทำงานเข้าไปเกินจำเป็นนั้นไม่มีความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจต่อกิจการค่ะ ขณะเดียวกันกิจการก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้พนักงานเพิ่มขึ้นเพื่อจูงใจให้ทำงานในชั่วโมงหรือวันที่เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ ซึ่งหากผลผลิตที่ออกมามีมูลค่าที่น้อยกว่าต้นทุนที่จ่ายเพิ่มขึ้นไป การใส่เวลาทำงานเพิ่มก็เท่ากับไปลดอัตรากำไรในท้ายที่สุดด้วยค่ะ

 

     แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมค่ะว่า แม้การลดเวลาทำงานจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานเช่นค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าโอทีที่ต้องจ่ายพนักงานได้ก็ตาม แต่ก็มีผลทำให้ปริมาณผลผลิตที่ได้ลดลงด้วยค่ะ และหากมองในภาพรวมแล้ว หากทำกันทั้งประเทศก็ย่อมส่งผลไปถึงผลผลิตทางเศรษฐกิจหรือ GDP ที่อาจชะลอหรือลดลงได้ค่ะ ดังนั้นเพื่อให้การลดวันทำงานไม่กระทบภาพรวมของการดำเนินงานหรือระบบเศรษฐกิจมหภาค การลดวันทำงานนั้นจำเป็นต้องชดเชยด้วยมาตรการที่ช่วยยกระดับ Productivity ของพนักงานด้วยค่ะ ซึ่งจะช่วยส่งผลดีต่อหลายๆฝ่ายร่วมกัน ด้านหนึ่งกิจการก็ยังคงปริมาณผลผลิตหรือแม้แต่มีผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากศักยภาพของคนทำงานที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันพนักงานที่มี Productivity ที่เพิ่มขึ้นก็ย่อมมีโอกาสที่จะได้รับค่าตอบแทนหรือเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นตามความสามารถด้วยค่ะ ขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศอย่างกรณีของญี่ปุ่นเองก็จะยังคงรักษาระดับเศรษฐกิจให้ไปต่อได้และยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ด้วยค่ะ

 

    ดังนั้นโดยสรุปแล้วการที่ญี่ปุ่นลดวันทำงานลงนั้นก็เพื่อปรับให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปค่ะ ขณะเดียวกันเพื่อให้การปรับลดวันทำงานลงนั้นไม่ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมต่างๆก็จำเป็นต้องทำไปพร้อมกับมาตรการที่ยกระดับขีดความสามารถของพนักงานเองที่จะส่งผลให้องค์กรและประเทศในภาพรวมยังคงรักษากำลังทางการผลิตและเศรษฐกิจไว้ได้ในอนาคตค่ะ

 

 

บทความทูแชร์ : โดย ผศ.ดร.เกษรา  ธัญลักษณ์ภาคย์