You can compare up to 3 projects

The stories from SENA's member

คอนโดฯ บนทำเลแห่งอนาคต


คุณวราพร คุณวัชรินทร์ และคุณชนากานต์ วัฒนบุตร

ครอบครัวเราอยู่สกลนคร แต่ต้องมีธุระเข้ามากรุงเทพฯ เป็นประจำทุกเดือน รวมถึงลูกสาวเรียนอยู่เอแบค เวลาเข้ามากรุงเทพฯ ก็จะอยู่ในละแวกโครงการเสนาฯ

ครอบครัวเราอยู่สกลนคร แต่ต้องมีธุระเข้ามากรุงเทพฯ เป็นประจำทุกเดือน รวมถึงลูกสาวเรียนอยู่เอแบค เวลาเข้ามากรุงเทพฯ ก็จะอยู่ในละแวกโครงการเสนาฯ

 

คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่หลายแห่งล้วนมุ่งหน้าสู่ถนนบางนา-ตราด รวมถึง เส้นทางรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อเส้นทางสายบางนาและเส้นสุขุมวิทได้ไม่ยาก ทำให้โครงการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมทยอยกันผุดขึ้นราวกับ ดอกเห็ดยามฤดูฝน เปิดโอกาสให้คนวัยเรียน และวัยเริ่มต้นทำงานได้มี ตัวเลือกมากขึ้นในการหาที่อยู่อาศัย

 

“ที่เป็นจุดตัดสินใจซื้อเพราะอยู่ใกล้เซ็นทรัลบางนา” ครอบครัววัฒนกุล กล่าว “ครอบครัวเราอยู่สกลนคร แต่ต้องมีธุระเข้ามากรุงเทพฯเป็นประจำ ทุกเดือน รวมถึงตัวลูกสาวเรียนอยู่เอแบค เวลาเข้ามากรุงเทพฯ ก็จะอยู่ ในละแวกนี้ ถามว่าโซนด้านนี้ชอบตรงไหน ก็ปรากฏว่าเราใช้ชีวิตอยู่แถวๆ เซ็นทรัลบ่อย เมื่อเริ่มคิดว่าจะซื้อคอนโดฯ ก็น่าจะซื้อตรงจุดแถวนี้ ต่อมา ดูที่ตัวโครงการ เสนาฯ เป็นแบรนด์ที่ดี พอดูทำเลที่ตั้งพอใจแล้วก็จบ ตัดสินใจได้เลย”

 

แต่ในความเป็นจริงก็ใช่ว่าครอบครัววัฒนกุลจะตัดสินใจจ่ายเงินหลักล้าน ได้ง่ายดายขนาดนั้น “ผมไปดูหลายๆที่ ซื้อของพวกนี้ก็ต้องดูมากหน่อย ไม่ใช่ตัดสินใจได้เลย แต่ที่อื่นเราไปดูแล้วเป็นชุมชนแฟลตขนาดใหญ่ ต่างจากตรงนี้ที่เรารู้สึกว่าเป็นที่อยู่อาศัยมากกว่า ให้คอนเซ็ปต์เป็น My Home ที่เรารู้สึกว่ามันเป็นบ้านมากกว่า อีกอย่างเราเป็นคนต่างหวัด มาจากอีสาน จุดขึ้นลงคือตรงกาญจนาภิเษก ถ้ามาจากอีสานจะผ่านสระบุรี วังน้อย แล้วก็ขึ้นกาญจนาฯ มาลงแถวนี้ ขากลับก็วกกลับได้เลย มันมา ลงตัวสำหรับครอบครัวของเรา” ในขณะที่อีกหลายคนกลับคิดว่าเพิ่มเงิน อีกนิดก็ได้ทำเลในย่านสุขุทวิทได้แล้ว “ถามว่าชอบโซนสุขุมวิทมั้ย ชอบสิครับ แต่น่าเบื่อตรงรถติด ถ้าเราอยู่ตรงนี้แล้วจะใช้บีทีเอสจริงๆก็ไม่ถือว่าลำบาก ผมมองอนาคตลูกว่าเขาจะอยู่กรุงเทพฯ และต่อไปจะทำงานที่นี่ ตัวผม ไม่ได้มาอยู่ถาวร เพียงแต่ว่างานของผมสัมพันธ์กับการเดินทางเข้ามา กรุงเทพฯทุกเดือนอยู่แล้ว ก็ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันกับลูกด้วย

 

“จุดเด่นที่สุดของโครงการนี้คือ ห้องกว้าง ความกว้างของห้องกับราคา ระดับนี้ แถวนี้หายาก ที่นี่ห้องกว้าง 35 ตารางเมตรในราคา 1.6 ล้านบาท เทียบกับโครงการอื่นในย่านนี้แล้วราคาต่างกันเยอะ หรือถ้า จะเปรียบเทียบกับโซนสุขุมวิท แค่พื้นที่ 28 ตารางเมตร ก็ราคา 2 ล้านบาทขึ้นไป ที่นี่ ณ ปีที่แล้วก็ยังไม่ดังมาก แต่กลายเป็นว่าปัจจุบัน คนขยายมาใช้เส้นบางนามากขึ้นแล้ว ถือว่าโชคดีที่เราได้ก่อน และเรา ก็ชินกับละแวกนี้ด้วย มาหาลูกที่เรียนเอแบค และทุกครั้งก็มากินข้าว ที่เซ็นทรัล”

นอกจากพื้นที่ห้องที่กว้างขวางกว่าแล้ว เสนาฯยังให้ความสะดวกเรื่อง การตกแต่งห้องด้วยทีมงานมืออาชีพอีกด้วย “เราตกแต่งห้องเอง แต่ด้วยประสบการณ์ที่เสนาฯทำตรงนี้มานาน จึงวางแผนการกู้ให้ลูกค้า ทำให้เรากู้เพื่อมาต่อเติมได้ด้วย ทุกอย่างก็จบลงง่ายๆที่เดียว พอเราซื้อแล้ว ก็ให้ทีมดีไซน์เขาออกแบบให้ดู เราก็ดูว่ามีตรงไหนไม่ชอบ ต้องแก้มั้ย ก็จบ จ่ายเงินกัน แล้วเขาก็เข้าไปทำงานให้ ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลา ทำให้ผม ไม่สามารถมานั่งคุมงานช่าง ไม่สามารถติดตามรายละเอียดได้มากขนาดนั้น ดังนั้นสำหรับคนที่ไม่มีเวลา เรื่องการเลือกแบรนด์เป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง ผมว่ามากกว่าทำเลด้วยซ้ำ”

 

ก่อนหน้าจะมาพูดคุยกับ Pride ทั้งครอบครัววัฒนกุลได้ไปตรวจรับห้อง จากเดอะนิช โมโน มาสดๆร้อนๆ และดูเหมือนจะกลายเป็นลูกบ้านรายแรกๆ ที่พร้อมจะย้ายเข้ามาอยู่ทันทีในต้นเดือนกรกฎาคมนี้อีกด้วย ถือเป็นการ ประเดิมโครงการคอนโดมิเนียมสุดโมเดิร์นที่มีสระว่ายน้ำยาวถึง 50 เมตร ฟิตเนสที่เห็นได้รอบด้าน 360 องศา รวมถึงห้องสมุด “สำหรับผม ส่วนกลาง ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานที่คอนโดมิเนียมควรจะมีนอกเหนือไปจาก บริการด้านอื่นๆ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวน ก็ถือว่าเป็นจุดขาย ประกอบกับ กำลังที่พอดีกับการจ่าย ทำเลที่ถูกใจก็ไม่ยากในการตัดสินใจครับ”

 

จัดเป็นลูกบ้านที่คิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว Pride จึงอยากทราบแนวคิดในการ ซื้อที่อยู่อาศัย เพราะบางรายก็ตระเวนดูบ้านไม่หยุดหย่อน หรือเกิดอาการ ลังเล เปรียบเทียบหลายๆแห่งมากเกินจนตัดสินใจไม่ได้สักที “จะให้ถูกใจ ร้อยเปอร์เซ็นต์มันไม่มีหรอก เราต้องถอยหลังบ้าง เรียบร้อย 90% เราก็ พอใจแล้ว ส่วนที่มันผิดพลาดนิดหน่อยก็แก้ไขกันได้ เราต้องคิดบวก ถ้าจะ ถามว่าเลือกคอนโดที่ดีที่สุดในอุดมคติ เลือกอย่างไร มันไม่มีหรอกครับ ไม่ใช่ตอบไม่ได้ แต่มันไม่มีด้วย แต่ถามว่ามันอยู่ในจุดที่เราพอใจมั้ย รับได้มั้ย ปรากฏว่าผมพอใจ รับได้ มันก็สมบูรณ์สำหรับเราแล้ว ถ้าอยู่ไปแล้วจะมี อะไรเสียบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เราลงตัวในความรู้สึกของเราแล้ว ฉะนั้น ถ้าจะฝากคนที่จะซื้อ มันไม่มีที่ที่ดีที่สุด มีแต่ที่ที่อยู่ในระดับที่เราพอใจมาก ที่สุด เช่น ทำเล ขนาดห้องกับราคา แบรนด์ของผู้รับเหมาก็จบแล้ว

 

“และถ้าเราไม่มีเวลามาคุมงาน เรื่องแบรนด์สำคัญที่สุด มันเป็นสิ่งแวดล้อม ที่เราควบคุมไม่ได้ เรากำลังไปเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่เราควบคุมไม่ได้ แต่มีความจำเป็นต่อชีวิต มันมีความจำเป็นที่ควบคุมได้ และควบคุมไม่ได้ ตอนนี้เราอยู่ในระหว่างมีความจำเป็นแต่ควบคุมไม่ได้ เราก็ต้องคิดให้ รอบคอบถึงความเป็นมืออาชีพของเขา คือเรื่องแบรนด์ สองคือการบริหาร เงินของเราให้สามารถใช้ความเป็นมืออาชีพของแต่ละแผนกเข้าไปจัดการ เพราะเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ในเวลาเดียวกันหมด ถ้าเรามาทุ่มเทให้ ทางนี้แล้วหน้าที่งานเสีย มันอาจไม่คุ้ม”

 

บ้านคือชีวิตและเป็นความภูมิใจสูงสุดประการหนึ่ง แต่อย่าให้การซื้อบ้านมาทำลายชีวิตด้านอื่นๆ เช่น อาชีพการงานของคุณด้วยไปด้วย เพราะสิ่งนั้นก็สำคัญกับคุณเช่นกัน

เลื่อนลง