Loading...
03 ส.ค. 2561

ความลับของชาเขียว ที่นักดื่มชาต้องรู้

คงไม่มีใครไม่รู้จักชาเขียว เพราะสมัยนี้หันไปทางไหนก็มีแต่ชาเขียวเต็มไปหมด ถ้าพูดถึงชาเขียวก็จะต้องนึกถึงกลิ่นหอมๆกับรสชาที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้ลิ้มลอง น้อยคนนักจะรู้เรื่องราวของชาเขียวแบบลึกซึ้ง  แม้จะดื่มชาเขียวกันบ่อย แต่หลายคนยังเข้าใจผิด คิดว่าชาเขียวคือมีรสชาติเดียวหรือมีประเภทเดียวกันหมด จริงๆแล้วชาเขียวมีหลายประประเภท ที่มีรสชาติ กลิ่น สี รวมถึงที่มาที่แตกต่างกัน 

1.เคียวคุโระ (Kyokuro)
ชาเขียว เคียวคุโระ มีความหมายว่า น้ำค้างหยก ซึ่งสื่อถึงสีเขียวอ่อนของน้ำชาชนิดนี้ และเชื่อว่าเป็นชาชั้นเยี่ยมในบรรดาของชาเขียวญี่ปุ่น โดยต้นชาจะถูกคลุมด้วยเสื่อฟาง ในช่วงสัปดาห์ท้ายๆก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้เกิดรสหวาน กาเฟอีนในชาช่วยพัฒนาการทำงานของระบบสมอง และช่วยในการมองเห็น วิธีชง เคียวคุโระ แตกต่างไปจากการชงชาเขียวส่วนใหญ่เล็กน้อย โดยอุณหภูมิในการต้ม จะต่ำกว่าและใช้เวลาแช่นานกว่า นอกจากนี้ เคียวคุโระ ยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในชาที่มีราคาแพงที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย 

GettyImages-171692651.jpg
2.เซนฉะ (Sencha)
เป็นชาที่ได้มาจากการเก็บเกี่ยวในเดือนแรกเท่านั้น จึงได้ชื่อว่า ชาใหม่ โดยเซนฉะจะถูกนำไปนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ใบชาสูญเสียน้ำ ก่อนที่จะถูกนำไปรีด ปั้นเป็นก้อน ตากให้แห้ง และคัดแยกออกเป็นกลุ่มตามคุณภาพที่แตกต่างกันไป ใบชาเซนฉะ มักจะมีรสหวาน สีเข้มกว่าชาเขียวจีน อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย และมีกลิ่นหอมสดชื่น ส่วนรสชาติของเซนฉะ นั้นยังแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชง ซึ่งถ้าชงในน้ำร้อน รสชาติของชาก็จะขม

GettyImages-872326968-(1).jpg
3.เกนไมฉะ (Genmaicha)
เกนไมฉะมีชื่อเล่นอีกชื่อว่า ชาป๊อปคอร์น เพราะเสียงที่เกิดขึ้นจากการที่ใบชาถูกนำไปคั่ว เกนไมฉะ คือชาเขียวที่นำไปผสมกับข้าวกล้อง แรกเริ่มเดิมทีนั้นเป็นเครื่องดื่มของคนยากจนในญี่ปุ่น ที่นิยมเติมข้าวกล้องลงไปในชาหรือบรรดาคนที่อดอาหารตามวิถีปฏิบัติทางศาสนา แต่ปัจจุบันชาชนิดนี้เป็นที่นิยมของคนทั่วไป เพราะดื่มง่ายและยังช่วยปรับสภาพกระเพาะอาหารด้วยน้ำตาลและแป้งจากข้าว ทำให้ชาชนิดนี้มีความอุ่นและมีรสคล้ายถั่ว ขณะที่ตัวใบชาจะกลิ่นคล้ายใบหญ้า สีของน้ำจะมีสีเหลืองอ่อน ซึ่งมีปริมาณคาเฟอีนน้อย

GettyImages-767975237.jpg
4.โฮจิฉะ(Hojicha)
ขณะที่ชาของชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จะถูกนำไปผ่านกรรมวิธีการหนึ่ง แต่ชาโฮจิฉะ จะแตกต่างออกไป เพราะมันจะถูกนำไปคั่ว ทำให้ใบชาที่มีสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง และมีรสชาติของชาคั่วอย่างชัดเจน ปกติแล้วชาชนิดนี้จะทำจากใบชา “บันฉะ”และ “เซนฉะ” ที่ถูกเก็บในฤดูเก็บเกี่ยวครั้งสุดท้าย โดยกระบวนการคั่ว จะช่วยลดระดับคาเฟอีนและความขมของชาให้ลดลง ด้วยรสชาติอ่อนๆ ทำให้ชาชนิดนี้เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในยามเย็น และรสชาติของมันก็มีความแตกต่างหลากหลายโดยขึ้นอยู่กับความเข้มข้นในการคั่วของใบชา

GettyImages-184948797.jpg
5.มัทฉะ (Matcha)
“มัทฉะ” คือผงชาเขียวบดละเอียด ซึ่งในตอนต้นนั้น ถูกนำมาใช้ในพิธีชงชา ชาโด แบบดั้งเดิม และเพื่อรับรองแขกด้วยมารยาทที่งดงาม ด้วยความที่ชาชนิดนี้สามารถละลายน้ำได้ดี จึงถูกนำไปทำขนม ไอศกรีม และขนมหวานชนิดอื่นๆ ชาชนิดนี้ เต็มไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบมาก 

GettyImages-545985627.jpg
เพราะเมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกสบาย รวมไปถึงยังมีรสชาติที่หวานและเข้มข้นผสมกันได้อย่างลงตัวอีกด้วย “มัทฉะ” จะถูกปลูกในร่มในช่วงสามสัปดาห์ก่อนการเก็บเกี่ยว เหมือนกับ “เครียวคุโระ” ส่วนวิธีการชง “มัทฉะ” มี 2 แบบ ได้แก่การชง แบบเข้มที่เรียกว่า “โคอิฉะ” และการชงแบบอ่อนเรียกว่า “อุสุฉะ”


ขอบคุณ ข้อมูลจาก https://www.wongnai.com


รวบรวมเนื้อหาสาระ ส่งมอบความสุข ความบันเทิง ให้เพลิดเพลินไปกับการอ่าน
Facebook: http://bit.ly/sena_facebook
Youtube: http://bit.ly/sena_youtube
VDO Youtube https://www.youtube.com/watch?v=u6YHtGPmy9k