Loading...
11 มิ.ย. 2561

เศรษฐศาสตร์คนสูงวัย

Note:

ดิฉันได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่ชื่อ The Longevity Economy: Unlocking the World's Fastest-Growing, Most Misunderstood Market ที่เขียนโดย Joseph F. Coughlin ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้ง MIT AgeLabซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและ solution ให้กับภาคส่วนต่างๆเพื่อรองรับสังคมสูงวัยในอนาคต หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นด้วยอาศัยประสบการณ์ด้านการวิจัยเรื่องสังคมสูงวัยมากกว่า 2 ทศวรรษของ Coughlin ในการทำความเข้าใจสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับโลกในอนาคตที่ประชากรสูงวัยกำลังจะกลายเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของโลก บทความสัปดาห์นี้เลยอยากจะร่วมแชร์มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตของสังคมสูงวัยที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ดิฉันได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่ชื่อ The Longevity Economy: Unlocking the World's Fastest-Growing, Most Misunderstood Market ที่เขียนโดย Joseph F. Coughlin ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้ง MIT AgeLabซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและ solution ให้กับภาคส่วนต่างๆเพื่อรองรับสังคมสูงวัยในอนาคต หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นด้วยอาศัยประสบการณ์ด้านการวิจัยเรื่องสังคมสูงวัยมากกว่า 2 ทศวรรษของ Coughlin ในการทำความเข้าใจสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับโลกในอนาคตที่ประชากรสูงวัยกำลังจะกลายเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของโลก บทความสัปดาห์นี้เลยอยากจะร่วมแชร์มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตของสังคมสูงวัยที่ได้จากหนังสือเล่มนี้

หากเราพูดถึงเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น หลักๆแล้วเราจะเห็นการพูดถึงเทรนด์หลักๆอยู่ 3 เรื่องด้วยกันนั่นก็คือ เทรนด์เรื่องสังคมดิจิทัล, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสังคมผู้สูงวัย โดยเรื่องการเข้ามาของวิถีดิจิทัลนั้นเรามักจะพูดถึงบทบาทของเทคโนโลยียุคใหม่ไม่ว่าจะเป็น IoT, Sharing Economy, Robotics หรือ AI ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเราในทุกๆด้านทั้งไลฟ์สไตล์ ธุรกิจ และสังคมโดยรวม อย่างไรก็ตามแม้ว่าการเปลี่ยนแปลทางเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นรอบตัวเราในตอนนี้และเลี่ยงไม่ได้ แต่เทคโนโลยีหลายๆอย่างยังอยู่ในขั้นของการพัฒนาและทดลองการนำไปใช้งานจริง สิ่งที่เรารับรู้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นอนาคตด้านเทคโนโลยีดิจิทัลยังคงมีรูปร่างที่ไม่แน่นอนและยากที่จะคาดเดาได้

GettyImages-851956112.jpg
ในส่วนของเทรนด์เรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศหรือ Climate Change นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆในหลายๆภูมิภาคทั่วโลก อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจะเริ่มเห็นการหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นจากหลายๆภาคส่วน มีการผลิตสินค้าสีเขียวและพลังงานทดแทนเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่เรื่องนี้จะชัดเจนมากขึ้นเมื่อเราเห็นการตอบสนองอย่างจริงจังในรูปของนโยบายและกฎกติกาต่างๆที่มีความชัดเจนและมีการวางกรอบปฏิบัติที่ครอบคลุมมากขึ้น

GettyImages-545378314.jpg
เทรนด์สุดท้ายคือเรื่องสังคมสูงวัย หากเราเทียบเทรนด์นี้กับ 2 เทรนด์แรกนั้นจะเห็นว่า เรื่องสังคมสูงวัยนั้นเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด สามารถคำนวณเป็นตัวเลขออกมาได้ชัดเจน และมี impact ต่อสังคมในภาพรวมสูงมากๆ แต่ทว่าในทางปฏิบัตินั้นเรากลับยังเห็นการออกแบบสินค้าและบริการต่างๆเพื่อเอาใจวัยรุ่นคนรุ่นใหม่อยู่เป็นหลัก หนังสือเล่มนี้บอกว่าตอนนี้ภาคธุรกิจต่างๆยังมีช่องว่างของความเข้าใจและความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นกับสังคมสูงวัยซึ่งเป็นเทรนด์ใหญ่ในอนาคต จริงอยู่ว่าวัยรุ่นวัยทำงานเป็นช่วงที่กำลังสะสมรายได้และทรัพย์สินและมีความต้องการในการบริโภคมาก อย่างไรก็ตามด้วยอายุที่ยืนขึ้นและผู้สูงวัยยุคนี้ก็ทราบดีว่าตัวเองจะใช้ชีวิตถึงอายุเท่าไร กลุ่มผู้สูงวัยในอนาคตก็จะมีการวางแผนการออมและการลงทุนตั้งแต่ตอนนี้เพื่อให้มีรายได้เพียงพอสำหรับเกษียณในอนาคต ฉะนั้นแล้วตลาดในกลุ่มผู้สูงวัยเมื่อผู้คนเกษียณมากขึ้นก็จะเป็นกลุ่มที่ถือครองสินทรัพย์สูงที่สุดในอนาคตด้วย อีกทั้งค่านิยมการใช้ชีวิตที่ยืนยาวออกไปหลังเกษียณจะกำหนดพฤติกรรมการบริโภคในอนาคตไปอีกหลายทศวรรษข้างหน้านับจากนี้ด้วย

GettyImages-587506108.jpg
ฉะนั้นแล้วโลกในอนาคตจึงเป็นโลกเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อผู้สูงวัยโดยแท้จริง กลุ่มผู้สูงวัยจะกลายเป็นตลาดกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในอนาคตและมีกำลังซื้อที่สูง เพียงแต่ตลาดกลุ่มนี้ต้องรอเวลาในการเติบโตของกำลังซื้อฉะนั้นเองธุรกิจควรมีการเตรียมตัวโดยการเริ่มวางกลยุทธ์ในการเข้าไปจับจองพื้นที่ในตลาดกลุ่มผู้สูงวัยอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อทะยอยให้เกิดการรับรู้ในแบรนด์ในคนกลุ่มนี้และเตรียมความพร้อมในการออกผลิตภัณฑ์เป็นวงกว้างเมื่อประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นในอนาคต


รวบรวมเนื้อหาสาระ ส่งมอบความสุข ความบันเทิง ให้เพลิดเพลินไปกับการอ่าน
Facebook: http://bit.ly/sena_facebook
Youtube: http://bit.ly/sena_youtube 
Drkessara: http://bit.ly/drkessara